รู้จักกับ Mac OS X

mac-osx

OS X เรียกว่าอะไร?

สำหรับ OS X เท่าที่เคยได้ยินเรียกๆ กัน จะมีสองแบบคือ โอเอสเอ็ก(OS X) กับ โอเอสเทน(OS ten)  ซึ่งทาง Apple เองจะให้อ่านแบบหลังคือ OS ten โดย X จะเป็นเลขโรมันที่หมายถึงแลข 10 โดยจะเป็นเวอร์ชั่นปัจุจะบันคือ 10.8 (Mountain Lion) ส่วนการเรียกแบบ OS X นั้นตัว X เองจะเป็นคำที่เชื่อมโยงไปความหมายของ UNIX ที่มี X Window System (X11) เป็นตัวจัดการหน้าต่าง (Windows Management) ซึ่งเป็นระบบปฎิติการที่ OS X พัฒนาต่อยอดออกมา

Version ต่าง ๆ ของ OS X

10.0  Cheetah – 24 มีนาคม, 2001
10.1  Puma – 25 กันยายน 2001
10.2  Jaguar – 23 สิงหาคม 2002
10.3  Panther – 24 ตุลาคม 2003
10.4  Tiger – 29 เมษายน 2005
10.5  Leopard – 26 ตุลาคม 2007
10.6  Snow Leopard – 28 สิงหาคม 2009
10.7  Lion – 20 กรกฎาคม 2011
10.8 Mountain Lion – 25 กรกฎาคม 2012

 

 ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ OS X

ผู้เขียนเองมีเพื่อนคนหนึ่งเปิดร้านเกี่ยวกับการับออกแบบกราฟฟิค ซึ่งลูกค้าก็จะก๊อปปี้ไฟล์มาทางโทรศัพท์บ้าง แฟรชไดร์บ้าง ซึ่งแน่นอนเต็มไปด้วยไวรัส เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่ค่อยจะเก่งเรื่องไอทีสักเท่าไหร แต่จะเก่งไปทางการถ่ายรูปซะมาก นั้นแปลว่าเครื่องของเพื่อนคนนี้จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไวรัสนานาชนิดเรียกได้ว่า Anti-Virus พร้อมลิขสิทธ์ถูกต้องยังเอาไม่อยู่ ต้องลงเครื่องใหม่กันอยู่ตลอด

mac-no-virus

ซึ่งความจริงอันหนึ่งเกี่ยวกับไวรัส (Virus) ก็คือไวรัสจะไม่ข้ามสายพันธุ์ คือถ้าไวรัสนี้ถูกสร้างมาเพื่อ Microsoft Windows ก็จะใช้ได้กับ Windows เท่านั้น แม้กระทั่ง Virus ที่อยู่ใน Macro ของ Microsoft Office เองที่ถูกสร้างมาเพื่อทำงานบน Windows ก็จะไม่สามารถทำงานได้บน Microsoft Office บน Mac ได้ นั้นหมายความว่าถ้าเพื่อนผู้เขียนคนนี้ใช้งาน Adobe Photoshop บน Mac แล้วลูกค้าใช้ Microsoft Windows ซึ่งเป็นคนละระบบปฎิบัติการกันก็จะไม่สามารถติดไว้รัสได้ แต่แน่นอนว่าไวรัสนั้นยังอยู่บนแฟรชไดร์ซึ่งยังสามารถแพร่ต่อไปได้อีก ดังคำคมที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” 🙂

 

ทำไม Mac ไม่มีไวรัส

หนึ่งในหลาย ๆ เหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญตอบตรงกันว่าทำไม Mac ถึงไม่มีไวรัสก็คือมีคนใช้งาน Mac น้อยมากเมื่อเทียบกับ Microsoft Windows จึงอาจไม่มี Hacker คนไหนสนใจพัฒนา Virus ขึ้นมาเพราะอาจจะไม่คุ้มกับการลงทุนลงแรง แต่ในทางผู้ให้บริการเครื่อง Server จะกลับกันไวรัสหรือวิธีเจาะระบบบน Linux ที่ทำหน้าที่ Sever นั้นจะเยอะมากและหาได้ง่ายเรียกได้ว่าเด็กนักเรียนพึ่งหัดเล่นคอมใหม่ๆ ก็สามารถ ​Hack กันได้ง่าย ๆ ด้วยซอฟแวร์สำเร็จรูปต่าง  ๆ เพราะ Server จะใช้ Linux ซะเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ให้บริการที่ให้เช่าเครื่อง (hosting)  ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าไม่มีอะไรรอดไปได้ถ้าเหล่า Hacker ต้องการจะเจาะซะอย่าง
 

ข้อดีของ Mac OS X

  • ความเสถียร เนื่องจาก OS X พัฒนามาจาก UNIX ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่มีความเสถียรและความปลอดภัยสูงอยู่แล้วทำให้ OS X ไดรับอานิสงส์นี้ด้วย
  • ไม่วุ่นวายกับการป้องกันการก๊อปปี้ ถ้าใครเคยลง Mac OS X จะสังเกตุได้ว่าจะไม่มีการถามถึง CD-Key, Register, Activate หรือการกระทำใด ๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องของจิตสำนึกของเราเองที่จะไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
  • มีซอฟแวร์ดี ๆ ติดมาด้วยเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Mail, GarageBand และสำหรับผู้เขียนเองขอบ Xcode มากที่ใช้สำหรับพัฒนาซอฟแวร์ iPhone ซึ่งสามารถดาวโหลดได้ฟรี และส่วนที่เป็น App Store บน Mac ที่ทำงานแบบเดียวกับใน iPhone ที่จะช่วยให้ดาวโหลดซอฟแวร์ได้ง่ายและรับประกันความปลอดภัยของซอฟแวร์ได้ระดับดีทีเดียว

 

ข้อควรระวังสำหรับการตัดสินใจใช้ Mac OS X

  • ตรวจสอบให้ดีว่าแซฟแวร์ที่จำเป็นต้องใช้บน Windows มีเวอร์ชั่นสำหรับ Mac ไม่งั้นจะค่อยข้างลำบากทีเดียวกับการต้องเปลี่ยนซอฟแวร์ใหม่เพื่อทำงาน หรือถ้าโชคร้ายอาจหาอะไรที่จะมาแทนไม่ได้เลยทีเดียว
  • อุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อพ่วงไม่ว่าจะเป็น Printer หรืออุปกรณ์อื่นๆ สามารถใช้งานได้บน ​Mac หรือมี Driver สำหรับ Mac

 

คงจะพอเป็นข้อมูลให้ใครหลาย ๆ คนได้รู้จักและตัดสินใจจะเริ่มใช้ Mac OS X กันได้บ้างแล้ว สำหรับประสบการณ์ของผู้เขียนการไม่ยึดติดนั้นแหละดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าเราจะใช้ระบบใด Microsoft, Linux หรือ Mac การมองที่ผลลัพท์ของงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ครั้งหนึ่งผู้เขียนเองเคยมีประสบการณ์ว่าขอเจ้านายซื้อแรม (RAM) เพิ่ม เนื่องจากเครื่องทำงานช้ามาก เจ้านายเล่นมุกมาว่า “ถ้าผมซื้อให้แล้วคุณจะทำงานได้ผลงานมากขึ้นหรือเปล่า ถ้าได้ผมจะซื้อให้คุณสองเท่าเลย” ทำเอาซะเรางงไปเลย  – -“

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (2 votes, average: 5.00 out of 5)
Loading...

ใส่ความเห็น